เครื่องมือชี้ทาง แต่ไม่สามารถฝึกฝนให้เราได้
เครื่องมือใหม่สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากมายและจัดระเบียบได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาสามารถแสดงข้อความจากพระสูตร การตีความจากศาสนาและปรัชญาต่างๆ และคำอธิบายจากจิตวิทยาสมัยใหม่ ทั้งหมดในที่เดียว แต่การมีข้อมูลเพิ่มเติมไม่ได้หมายความว่าปัญญาจะลึกซึ้งขึ้นในทันที
คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่รายการความรู้ธรรมดาๆ ศีล สติ สมาธิ และญาณ จะต้องเจริญควบคู่กันไปจึงจะพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง เครื่องมืออาจให้คำตอบได้ แต่ไม่สามารถตรวจสอบและละทิ้งความหลง ความโลภ ความโกรธภายในจิตใจของเราได้
คำสอนก็เหมือนนิ้วชี้พระจันทร์ จำเป็นต้องใช้นิ้ว แต่เราต้องไม่เข้าใจผิดว่านิ้วคือดวงจันทร์ คำพูด พระสูตร และบทสรุปจากปัญญาประดิษฐ์ของอาจารย์ล้วนกลายเป็นเครื่องมือที่เชี่ยวชาญได้หากใช้อย่างถูกต้อง แต่ถ้าเราพึ่งพาสิ่งเหล่านั้นและลืมการฝึกฝน สิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นความผูกพันอีกอย่างหนึ่ง
ความเมตตาที่แท้จริงมาจากจิตใจที่มีชีวิต เมื่อเราเห็นความทุกข์ของใครบางคน เจ็บปวดร่วมกับหัวใจนั้น และตัดสินใจเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ในชีวิตของเราเอง สติปัญญาและความเห็นอกเห็นใจก็จะกลายเป็นตัวเป็นตน สิ่งนี้ไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ด้วยการรวบรวมข้อมูลเพียงอย่างเดียว
ทุกวันนี้ แทนที่จะกลัวเครื่องมือหรือบูชาสิ่งเหล่านั้น จงใช้มันอย่างเหมาะสมแล้วกลับมาฝึกฝนอีกครั้ง เครื่องมืออาจเป็นโคมไฟที่ส่องทาง แต่รอยเท้าที่เดินไปในเส้นทางนั้นเริ่มต้นจากความคิดและการกระทำของฉัน
เครื่องมือสามารถให้คำตอบได้มากมาย แต่ไม่สามารถทดแทนการฝึกฝนได้ พระสูตร คำพูดของอาจารย์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ สามารถนำมาใช้ได้ถูกต้องเหมือนกับการชี้นิ้วไปที่ดวงจันทร์ แต่การตรึกตรองความทุกข์และการฝึกเมตตากรุณานั้นต้องทำเพื่อตัวเราเอง