การตื่นขึ้นต้องรับรู้โดยตรงจึงจะเป็นที่รู้จัก
การตื่นรู้ไม่ได้เสร็จสิ้นด้วยคำอธิบายเพียงอย่างเดียว แม้ว่าเราจะอ่านหนังสือมากมายและได้ฟังพระธรรมเทศนาดีๆ แต่ถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้รับการยืนยันในจิตใจและชีวิตของเราเอง ถ้อยคำเหล่านั้นก็ยังคงเป็นคำพูดของคนอื่น
ไม่ว่าใครจะอธิบายรสชาติของน้ำผึ้งอย่างละเอียดถี่ถ้วนเพียงใด เราก็ไม่สามารถรู้ได้ครบถ้วนเว้นแต่เราจะได้ลิ้มรสด้วยตัวเอง พระธรรมก็เช่นเดียวกัน คำพูดและการเขียนเป็นทักษะอันล้ำค่าที่แสดงให้เห็นทิศทาง แต่เมื่อเราตรวจสอบและรวมเอาสถานที่ที่พวกเขาชี้ไปเท่านั้นจึงจะกลายเป็นความรู้ที่แท้จริง
ในระหว่างการฝึกซ้อมเราอาจได้รับแสงหรือความรู้สึกพิเศษ แต่ถ้าเราจับทันทีว่าตื่นก็จะกลายเป็นความเข้าใจผิดอีก สิ่งสำคัญคือทัศนคติในการตรวจสอบโดยตรงในแนวความคิดในชีวิตประจำวัน โดยไม่ยึดถือคำพูดเช่นเห็นหรือไม่เห็น
สิ่งสำคัญในคำสอนนี้ไม่ใช่การบังคับจิตใจให้ดูดีขึ้นหรือพยายามเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในคราวเดียว ประการแรก ให้สังเกตว่าตอนนี้จิตใจติดอยู่ตรงไหน และจากนั้นจากจุดนั้นให้เลือกก้าวหนึ่งไปในทิศทางที่ตรงมากขึ้น การฝึกฝนไม่ใช่งานพิเศษอีกต่อไป มันปรากฏในสำนวน คำพูด การตัดสิน และความห่วงใยในแต่ละวัน
การตื่นรู้ไม่ได้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว ฉันจะพิสูจน์ธรรมที่ฉันได้ยินมาในชีวิต วันนี้ขอให้คำสอนนี้เป็นทางเลือกเล็กๆ ในชีวิตประจำวันและทำให้จิตใจแจ่มใสด้วย