หูที่ไม่หวั่นไหวตามเสียง
คำสอนวันนี้เริ่มจากความยากของความสม่ำเสมอ การปฏิบัติ การสวดภาวนา หรือแม้แต่การสืบต่อคำสอนวันละหนึ่งบท ล้วนขาดช่วงได้ง่ายหากใจไม่ตั้งมั่น ลำดับความสำคัญในชีวิตเปลี่ยนทุกวัน และเรื่องต้องทำก็เกิดขึ้นไม่หยุด การปฏิบัติจึงไม่ใช่สิ่งที่ทำเฉพาะเวลาพิเศษ แต่ต้องมีพลังที่จะกลับมาอีกครั้งท่ามกลางชีวิตประจำวันที่สั่นไหว
พระอาจารย์กล่าวต่อถึงการปฏิบัติผ่านเสียง บางคนเวลานั่งสมาธิจะจดจ่อกับเสียงขันหรือเสียงระฆัง แต่เมื่อมองให้ลึก สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เสียงเท่านั้น ก่อนที่ใจจะตัดสินว่าเป็นเสียงดีหรือเสียงไม่ดี เป็นดนตรีหรือเสียงรบกวน สิ่งสำคัญคือรู้ทันว่าตอนนี้เรากำลังได้ยิน
เราได้ยินเสียงด้วยหู แต่ทันทีที่ได้ยิน ใจก็ตัดสินทันทีว่า ดี ไม่ชอบ หนวกหู หรือน่าฟัง หากตามปฏิกิริยานั้นไป ใจก็ถูกเสียงลากไป และหวั่นไหวได้ง่ายแม้กับคำชมและคำวิจารณ์
การศึกษาลึกขึ้นไม่ได้หมายถึงการได้ฤทธิ์พิเศษ แต่หมายถึงไม่ว่าได้ยินเสียงใด ก็ไม่ถูกเสียงนั้นโยนไปมา และรู้ทันการทำงานของการได้ยิน เมื่อรู้จักพื้นแห่งการได้ยินมากกว่าชนิดของเสียง ใจก็ผูกกับเสียงดีและเสียงไม่ดีน้อยลง
วันนี้ ลองสังเกตเสียงที่เข้ามาระหว่างวัน เมื่อได้ยินคำพูดของใคร เสียงรอบตัว คำชม หรือคำวิจารณ์ ลองรู้ทันว่าใจเคลื่อนไหวอย่างไร เมื่อรู้ว่ากำลังได้ยินโดยไม่ผลักเสียงออกและไม่จับเสียงไว้ ใจก็ค่อยๆ สงบลง
การปฏิบัติที่สม่ำเสมอคือพลังแห่งการกลับมาในชีวิตประจำวันที่สั่นไหว เมื่อได้ยินเสียง อย่าเพิ่งถูกดึงไปตามดีหรือไม่ดี แต่รู้ทันว่ากำลังได้ยิน เมื่อรู้จักพื้นแห่งการได้ยิน ใจก็หวั่นไหวตามเสียงน้อยลง