หลักแห่งการปฏิบัติที่เรียนรู้จากผลเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง
ท้องฟ้าสูงและปลอดโปร่ง สายลมพัดเย็นลง พืชผลในท้องนาและไร่นาคือผลเก็บเกี่ยวแห่งฤดูใบไม้ร่วง — ผลของเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไว้ในฤดูใบไม้ผลิซึ่งทนต่อแดด ฝน และลมแห่งฤดูร้อนมาได้ ผลของฤดูใบไม้ร่วงไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันในฤดูใบไม้ร่วง แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากเมล็ดพันธุ์ แสงแดด ฝนและลม ผืนดิน และการดูแลเอาใจใส่ของชาวนา ที่ร่วมกันบ่มเพาะขึ้นมา
ในทางพุทธศาสนา เมล็ดพันธุ์ถูกมองว่าเป็นเหตุ (因, in) แสงแดด ฝน ลม และผืนดินเป็นปัจจัย (緣, yeon) และผลที่เกิดขึ้นเมื่อเหตุและปัจจัยมาบรรจบกันเรียกว่าผล (果, gwa) คำพูด ความคิด และการกระทำที่ข้าพเจ้าทำในวันนี้ล้วนกลายเป็นเมล็ดพันธุ์เช่นกัน ความคิด คำพูด และการกระทำที่ดีงามกลายเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งกรรมดี ในขณะที่คำพูดและการกระทำที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความโลภ ความโกรธ และความหลง กลายเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ กรรมไม่ใช่โชคชะตาที่ตายตัว — แต่เป็นเมล็ดพันธุ์ที่กำลังหว่านอยู่ในขณะนี้
การปฏิบัติไม่ใช่การไม่ทำอะไรเลย แต่คือการดูแลผืนนาแห่งจิตใจ คอยตื่นรู้อยู่เสมอเพื่อสังเกตว่ากำลังหว่านเมล็ดพันธุ์ใดอยู่ในขณะนี้ เช่นเดียวกับที่ถอนวัชพืช รดน้ำ และเปิดรับแสงแดด แม้การนั่งสมาธิหรือการอธิษฐานเพียงหนึ่งหรือสองครั้งจะยังไม่เห็นผลในทันที ก็ต้องมุ่งมั่นปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนกว่าเหตุและปัจจัยจะสุกงอม
คำปณิธานของครูบาอาจารย์เองที่จะสืบทอดพระธรรม เมื่อได้หว่านไว้แล้ว ก็ได้พบกับผู้คนและปัจจัยนับไม่ถ้วน และเติบโตขึ้นเป็นผลเก็บเกี่ยวของวันนี้ การสืบสานผลเก็บเกี่ยวต่อไปนั้นไม่ใช่การหยุดพักอยู่กับความภาคภูมิใจในผลที่ได้ แต่คือการหว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่ที่อยู่ภายในผลนั้นเพื่อคนรุ่นต่อไป การแบ่งปันผลที่ดีงามและทิ้งเมล็ดพันธุ์ที่ดีไว้เบื้องหลัง — นี่คือวิธีที่ปัจจัย ปณิธาน และการสืบทอดพระธรรมดำเนินต่อไป
คำพูด ความคิด และการกระทำในวันนี้ คือเมล็ดพันธุ์ที่จะกลายเป็นผลของวันพรุ่งนี้ จงหมั่นดูแลเมล็ดพันธุ์ที่ดีท่ามกลางปัจจัยที่ดี แล้วแบ่งปันผลที่เก็บเกี่ยวได้คืนสู่โลกอีกครั้ง